วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
“จิตติ” ชี้ บาทแข็งต้นเหตุทองแพง ราคาใกล้แตะ 19,000 บาท
นายศิริชัย อมรวณิชศักดิ์ เลขทะเบียน 5001208056
ราคาทองยังพุ่งไม่หยุด สวนทางร้านทองขายไม่ออก ล่าสุด ขยับแตะ 18,800 บาท “จิตติ” คาดถึง 19,000 บาท ชี้ บาทแข็งต้นเหตุราคาทองแพง ขณะที่ทองจริงกลับไม่มีคนซื้อ เพราะราคาแพงเกินความเป็นจริง
สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำในประเทศ เมื่อเวลา 12.10 น.วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 (วันนี้) โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 18,300 ขายบาทละ 18,400 ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,040.40 ขายบาทละ 18,800 ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ยอมรับว่า ราคาทองคำในช่วงนี้ปรับขึ้นแรงมาก โดยเชื่อว่า เกิดจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุน ซึ่งมีต้นเหตุเดิมๆ คือ เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามาก ราคาทองคำจึงสูงขึ้นตาม
“ตอนนี้ผู้ค้าทองต้องติดตามราคาทองตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือราคาที่ปรับสูงขึ้นทำสถิติใหม่รายวัน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกอาจจะถึงบาทละ19,000 บาท และต้องยอมรับว่า ขณะที่ร้านทองหยุดกิจการเป็นจำนวนมาก เพราะทองแพงเกินไป ทำให้ไม่มีคนซื้อมานานหลายสัปดาห์แล้ว”
สำหรับการซื้อขายทองคำในตลาดทองคำล่วงหน้า หรือโกลด์ฟิวเจอร์ ช่วงนี้ การซื้อขายคึกคักมากกว่าการซื้อขายทองคำแท่งจริงๆ อีกทั้งในปีหน้าจะมีการปรับลดสัญญาจากเดิมลูกค้าต้องซื้อขายทองคำสัญญาละ 50 บาท เหลือเพียงสัญญาละ 10 บาท จึงคาดว่า นักลงทุนจะเข้าไปเทรดในตลาดทองคำล่วงหน้ามากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2552 12:56 น.
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1 อะไรเป็นปัจจัยเป็นเหตุที่ทำให้ราคาทองแพง
ข้อ 2 การซื้อขายทองคำในตลาดทองคำล่วงหน้าเรยกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ข้อ 3 สาเหตุที่ทำให้ราคาทองปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากคืออะไร
วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ธปท.เร่งกรุยทาง ค้าขายเงินหยวน
จัดทำบทความโดย
นายศิริชัย อมรวณิชศักดิ์
เลขทะเบียน 5001208056
ธปท.เร่งกรุยทาง ค้าขายเงินหยวน
ธปท. หนุนใช้เงินหยวนในการค้าขายกับจีนมากขึ้น เผย 3 ธนาคารพาณิชย์ในไทยนำร่องแล้วโดยขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ไทย 3 แห่ง ให้บริการรับฝาก แลกเปลี่ยน ป้องกันความเสี่ยง รวมถึงทำธุรกรรมทางการค้าต่างประเทศที่เป็นเงินหยวน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ประเทศไทย โดยทำสัญญากับธนาคารกลาง ของฮ่องกงในการแลกเปลี่ยนเงิน และเริ่มทำใน 5 มณฑลแล้ว ประกอบด้วย มณฑลกว่างโจว เสิ่นเจิ้น จูไห่ ตงกวง และเซี่ยงไฮ้ ถือว่าผู้ประกอบการเริ่มยอมรับเงินหยวนมากขึ้น
นางสุชาดา กล่าวว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังไม่ยอมรับเงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักในการแปลงค่าสกุลเงินของโลก จึงยังไม่สามารถนับหยวนเป็นเงินสกุลเงินหลักในทุนสำรองทางการระหว่างประเทศ ขณะนี้ได้
สำหรับกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการให้ธปท. สร้างความ มั่นคงในการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวน และเงินบาท เพิ่ม ด้วยการทำสัญญาความ ตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตรา (Bilateral Swap Agreement-BSA) ระหว่างไทยกับจีนนั้น ขณะนี้ธปท. กำลังศึกษาว่า มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการหรือไม่และต้องเสนอสภาเห็นชอบหรือไม่
ปัจจุบันหากดูปริมาณการค้าของไทย จะเห็นว่าผู้ส่งออกเริ่มซื้อขายสินค้าด้วยเงินเหรียญสหรัฐน้อยลง อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจสหรัฐเกิดวิกฤต ความผันผวนของเงินเหรียญสหรัฐที่มีมากขึ้น รวมทั้งนโยบายของประเทศขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้เงินสกุลตัวเองในการค้าขาย เช่น จีน เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปี 2551 ที่ผ่านมา ผู้ส่งออกและนำเข้าใช้เงินเหรียญ สหรัฐในการค้าขายประมาณ 90% แต่ล่าสุดในเดือนก.ค.ปีนี้ ลดลง มาเหลือประมาณ 79% และมี แนวโน้มจะลดลงอีก และเท่าที่ทราบขณะนี้มีผู้ส่งออกและนำเข้าจำนวนหนึ่งเริ่มซื้อขายสินค้ากับ จีนด้วยการใช้เงินหยวนแลกกับเงินบาทโดยตรงแล้ว
แหล่งที่มา : http://www.posttoday.com วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อที่ 1 ธปท.จะสนับสนุนผู้ส่งออก ที่ทำการค้ากับประเทศจีน ให้ใช้เงินสกุลอะไร แทนสกุลเงินอะไร
-
ข้อที่ 2 เพราะเหตุใดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)ไม่นับหยวนเป็นเงินสกุลเงินหลักในทุนสำรองทางการระหว่างประเทศ
-
ข้อที่ 3 เพราะเหตุใดที่ผู้ส่งออกเริ่มซื้อขายสินค้าด้วยเงินเหรียญสหรัฐน้อยลง
-